ฟิลิปปินส์ปิดเกาะ Boracay ปัญหาเกิดจากอะไร ?

Boracay

ฟิลิปปินส์สั่งปิด ‘เกาะ Boracay’ โดยเกาะแห่งนี้เป็น 1 ใน10 ทะเลสวยที่สุดของประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อดูแลธรรมชาติ พร้อมจัดการโรงแรม , ร้านค้า ต่างๆ ซึ่งมีส่วนทำลายเกาะ ให้กลายสภาพเป็นบ่อน้ำเสีย ทางด้านผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ถ้ามองในระยะสั้นอาจสร้างความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจของมะนิลา แต่น่าจะเป็นผลดีในระยะยาว

สั่งปิดเกาะ Boracay หวังฟื้นฟูธรรมชาติ อย่างเร่งด่วน

Boracay

ประธานาธิบดี “Rodrigo Roa Duterte” แห่งประเทศฟิลิปปินส์ มีคำสั่งให้ปิด “เกาะ Boracay” ทันที โดยเกาะ Boracay เปรียบเสมือนเป็นเกาะที่ตายแล้ว ซึ่งใช้ระยะเวลาเสื่อมโทรมไม่ถึง 10 ปี นับตั้งแต่วันเปิดเกาะครั้งแรก รัฐบาล Manila มีกำหนดให้ปิดเกาะแห่งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2561 เป็นระยะเวลา 6 เดือน หลังจากพบว่าโรงแรม , Resort หรู รวมทั้งร้านค้าซึ่งตั้งอยู่บนเกาะประมาณ 500 เจ้า หากแต่มีเพียงแค่ 47% หรือประมาณ 200 เจ้าเท่านั้น ซึ่งปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสุขาภิบาลอย่างเคร่งครัด และมีการเชื่อมต่อท่อเพื่อระบายน้ำเข้าเสียสู่โรงงานบำบัดโดยตรง บวกกับการหลั่งไหลเข้ามาของนักเดินทางจากนานาประเทศ ในแต่ละปีมากกว่า 2 ล้านคน ซึ่งปัจจัยนี้ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของความเสื่อมโทรมของธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย เพราะตามข้อเท็จจริงแล้ว เกาะ Boracay สามารถรองรับผู้คนได้เพียง 30,000 คนเท่านั้น แต่กลับมีจำนวนผู้คนอยู่บนเกาะแห่งนี้มากถึง 70,000 คน โดยเป็นจำนวนผู้พักอาศัย 50,000 ราย และผู้มาเยือนประมาณ 20,000 คน/วัน

เกาะ Boracay มีความสวยงามระดับ 1 ใน 10 หากแต่เกิดการเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว

รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศฟิลิปปินส์จำนวนเป็น 8.6% ในขณะปีที่ผ่านมาเกาะ Boracay สามารถสร้างรายได้ถึง 56,000 ล้านเปโซ ถึงแม้ว่าคำสั่งปิดเกาะแบบสายฟ้าฟาดนี้ อาจสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะสายการบินหลักๆ ซึ่งเน้นสายการบินมาเกาะแห่งนี้ ก็ออกมาประกาศระงับบินจำนวนกว่า 14 เที่ยว/วัน เป็นเวลาชั่วคราว หากแต่นักวิชาการ ก็มีความเชื่อว่าผลกระทบนี้ จะเกิดขึ้นไม่นาน หากแต่ก็มีนักวิชาการมหาวิทยาลัย Philippines Diliman ให้ความเห็นว่า ตลอดระยะเวลาผ่านมาฟิลิปปินส์เน้นพึ่งพาการส่งออกแรงงานไปยังต่างประเทศมากจนเกินไป โดยการที่รัฐบาลดำเนินแผนการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญ เกี่ยวกับการพัฒนารวมทั้งการฟื้นฟูจะเอื้อประโยชน์ได้ในระยะยาว โดยฟิลิปปินส์ เป็นอีกประเทศหนึ่งซึ่งมีทะเลสวย มีเกาะขนาดใหญ่ 11 เกาะ และมีเกาะเล็กๆมากถึง 7,107 แห่ง ซึ่งยังไม่ได้รับการผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว ถ้าระบบฟื้นฟูนี้ได้รับประสบความสำเร็จ ทางรัฐบาลจึงเริ่มศึกษาหาหนทางในอนาคต เพื่อกระตุ้นระบบการท่องเที่ยว โดยหวังว่ารายได้เข้าประเทศจากการท่องเที่ยวจะมีมากขึ้น