ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาที่ทางจีนต้องรีบแก้ไข

ความเหลื่อมล้ำทางสังคม

เนื่องด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจของจีนในปัจจุบันนี้เหมือนมีแผลขนาดใหญ่ที่เกิดจากการเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ สะสมมาจากหลายปีที่แล้ว สาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากรายได้ต่อคนเฉลี่ยปีละ 84,337 หยวนเท่านั้น ซึ่งในแต่ละพื้นที่นั้นรายได้แต่ต่างกันมาก อย่างมณฑลของจีนที่มีความยากจนที่สุดเช่น กุ้ยโจว มีรายได้เฉลี่ยต่อปีคนละ 16,413 หยวนเท่านั้น เศรษฐกิจของจีนนั้นส่วนมากไม่มีใครพูดถึงเท่าไรเพราะต่างคนต่างคิดว่าประเทศจีนมีประชากรเยอะ

 

ความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ที่สุดน่าจะมีรายได้สะพัดมากที่สุด ทั้งที่ความจริงแล้วนั้นคนจีนส่วนใหญ่จำนวน 800-900 คน บางคนมีรายได้ต่ำบางคนก็ไม่มีรายได้เลย ทำให้หลายชีวิตในประเทศจีนนั้นมีความลำบากยากเข็ญมาก เพราะคนเหล่านี้ไม่มีกำลังพอที่จะหาเงินมาซื้อสิ่งของอุปโภคและบริโภคที่ต้องนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ยิ่งถ้าช้อปปิ้งสินค้าจากต่างประเทศ ซื้อของจากร้านค้าแบรนด์เนม หรือห้างสรรพสินค้านับเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับพวกเขาเหล่านั้นเพราะพวกเขาทำได้เพียงทำงานหาเช้ากินค่ำไปวันๆ

ถ้าหากเราจะเอาเรื่องเศรษฐกิจของจีนนั้นมาเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกด้วยรายได้ที่เฉลี่ยต่อคนของจีนนั้นยังถือว่ารั้งท้ายประเทศอื่นๆ มากถึง90ประเทศทั่วโลก ทั้งๆ ที่ประเทศจีนดูเป็นประเทศที่ใหญ่โตเป็นอันดับสองของโลก แต่ในความเป็นจริงของปัญหาเศรษฐกิจประเทศจีนมีรายได้น้อย ที่สำคัญมากๆ คือมีความแตกต่างระหว่างรายได้ของกลุ่มชนชั้นของแต่ละมณฑลของจีนที่นับวันจะมีความแตกต่างมากยิ่งขึ้น และการจากสำรวจของนักวิจัยด้านการเงินของจีนนั้นพบว่าตัววัดความไม่เท่าเทียมหรือความเหลื่อมล้ำของจีนนั้นในปี 2020 มีตัวเลขสูงถึง 0.61 ตัวเลขชี้วัดนี้จะสะท้อนในผู้นำของจีนเห็นปัญหาถึงรายได้ครัวเรือนของจีนที่เริ่มแตะ 0.4 ในปี 2000 เหมือนเป็นการที่เศรษฐกิจของจีนส่งสัญญาณว่าความเหลื่อมล้ำของจีนนั้นน่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง ด้วยปัญหาด้านเศรษฐกิจของจีนที่สะสมมาเป็น 10 ปีนั้นติดอันดับความไม่เท่าเทียมทางด้านรายได้เฉลี่ยมมากที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทำให้มีผลพวงที่ตามมาหลากหลายปัญหาทั้งการอพยพ ประท้วง ปากท้อง รายได้จากการทำงาน ซึ่งทางการจีนเมื่อได้พบปัญหาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้หาวิธีเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและเพื่อให้เศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ตอนนี้ทางการของจีนกำลังที่จะเร่งนำปัญหาแก้ไขไปทีละเรื่องและหันมาพัฒนามณฑลที่ประสบปัญหามากขึ้น ฝั่งไหนที่กำลังเจริญเติบโตก็พัฒนาให้เจริญเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้นำเงินมาหมุนเวียนในมณฑลอื่นๆ เป็นการกระจายรายได้อย่างต่อเนื่อง